วันพุธที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒

เมษายน เดือนที่รอคอย

สวัสดีเดือนเมษายน ในที่สุดก็ถึงสะทีนะ ไม่ต้อง..งง..ว่าทำไมแม่จะต้องรอคอยก็เดือนเมษายนแม่จะพาพี่อันดามันและน้องฟ้าใสกลับประเทศไทยนะสิ น้องอันดามันและน้องฟ้าใสจะได้ไปหาคุณตากับคุณยายเป็นครั้งแรกเลยนะแม่เองก็ตื่นเต้นมากๆเลย  2ปีแล้วที่แม่ไม่ได้กลับไปประเทศไทย คิดถึงบ้านคิดถึงอาหารไทยที่แสนจะอร่อย และคิดถึงเพื่อนๆทุกคนของแม่..555 (เวอร์ไปป่าวเนี้ย ) พรุ่งนี้แล้วสินะที่ครอบครัวเราจะเดินทางกัน ไม่รู้ว่าจะลืมอะไรบ้างหรือเปล่าน้อ...น้องอันดามันก็ดันมาไม่สบายเอาสะวันนี้อีกน้ำมูกไหลและก็ไอดีหน่อยที่ไม่มีไข้นี้แม่ก็เตรียมยาไว้ให้ ก็ขอให้น้องอันดามันของแม่หายไวไวนะลูกนะ..

วันจันทร์ที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ป่วยกันทั้งบ้าน

21:20 น. วันศุกร์ที่13 เดือนมีนาคม 2552 น้องฟ้าใสไม่สบายท้องเสียและอ้วก ร้องไห้งอแง แม่เองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นได้แต่เฝ้าดูอาการตลอดทั้งคืน แต่ก็ดีหน่อยที่ไม่อ้วกอีกแต่ยังมีท้องเสียอยู่บ้างจนกระทั้งวันเสาร์ผ่านไป วันอาทิตย์เราเดินทางไปโบสถ์กันในตอนเช้าทุกอย่างก็ปกติดีจนถึงเวลาเย็นแม่เริ่มรู้สึกแปลกๆนั้นคือรู้สึกเวียนหัวเหมือนจะอ้วกและแล้วก็อ้วกจนได้ทั้งอ้วกและท้องเสียเลยพอหลังจากที่แม่อ้วกน้องอันดามันก็อ้วกด้วยและอีกไม่นานพ่อก็อ้วกอีกคนและพอกลางดึกน้องฟ้าใสก็อ้วกอีกสรุปน้องฟ้าใสน้องอันดามัน แม่และพ่อ อ้วกและท้องเสียกันทั้งคืน ตัวแม่ก็แย่พ่อก็แย่แต่ที่น่าสงสารที่สุดคงเป็นลูกทั้งสองคนของแม่เวลาที่ลูกอ้วกออกมาแม่ทรมานสุดๆน้ำตาร่วงเลยแต่ไม่รู้จะช่วยลูกได้ยังไงได้แต่ลูบหลังให้และคอยปลอบโยนไม่ให้ร้องไห้ 02:40น. หมอฉุกเฉินเดินทางมาดูอาการพวกเราที่บ้าน หมอตรวจดูอาการและให้ยาแก้อ้วกกับยาแก้ท้องเสีย
และบอกว่าพวกเราติดเชื้อไวรัสอูนุส ไวรัสตัวนี้เป็นอันตรายกับเด็กและคนแก่เพราะจะทำให้ขาดน้ำในร่างกาย
แต่น้องอันดามันและน้องฟ้าใสยังมีน้ำพอในร่างกายแต่ไม่ควรน้อยไปกว่านี้ วันจันทร์ตอนเช้าพ่อไปทำงานไม่ไหวเพราะยังอ้วกและยังท้องเสียอยู่แม่เองก็ยังอ้วกและท้องเสียอยู่รวมทั้งลูกทั้งสองคนด้วย วันจันทร์ตอนเย็นพี่มณีรัตน์และพี่โมลากอนก็เริ่มอ้วกและท้องเสียสรุปเลยว่าบ้านเราไม่สบายกันทั้งบ้าน วันอังคารแม่เริ่มดีขึ้นบ้างแล้วพ่อยังไม่ได้ไปทำงานเพราะยังอ่อนเพลียอยู่้น้องอันดามันและน้องฟ้าใสก็ดีขึ้น นี้ก็ผ่านมา1 อาทิตย์แล้ว ก็ถือว่าเกือบจะหายดีกันทั้งหมดแล้วหละจะมีท้องเสียบ้างเป็นบางครั้ง 

วันเสาร์ที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

11เดือนแล้วจ้า

นี้ก็ผ่านวันที่12มา 2วันแล้ว แม่ขอโทษด้วยนะที่ไม่มีเวลาที่จะเข้ามาอัพเดทข้อมูลในบล๊อคเลย ยุ่งกับกับหลายๆเรื่อง วันนี้แม่พอมีเวลาบ้างหลังจากลูกทั้งสองของแม่หลับไปแล้ว น้องอันดามันกับน้องฟ้าใสของแม่อายุได้11เดือนกับอีก2วันแล้วนะ ที่ผ่านมาพัฒนาการต่างๆของลูกที่เด่นชัดทีุ่สุดคงเป็นการออกเสียงและการเคลื่อนไหวร่างกาย การออกเสียงก็คือการร้องกรี๊ดกรีดไม่ว่าถูกใจหรือขัดใจเสียงนี้แสบรูหูมากๆโดยเฉพาะพ่อลูกชายรูปหล่อ น้องอันดามัน ส่วนน้องฟ้าใสเองก็ไม่น้่อยหน้าเสียงดีพอกัน อ้อ..ทั้งสองคนเขาร้องเพลงได้แล้วนะ เวลาที่เราฟังเพลงเขาจะร้องตามแต่ร้องตามแบบของเขาเองนะ อย่างเช่น แต.แต..แต หรือ จา..จา..จา 
นี้คือน้องฟ้าใสนะส่วนพี่อันดามันเวลาที่ได้ยินเสียงเพลงส่วนมากจะเคลื่อนไหวร่างกายหรือจะเรียกว่าเต้นก็ได้ น้องอันดามันเขาโชว์การเต้นให้คุณปู่กับคุณย่าดูมาแล้วหลายต่อหลายครั้งเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มได้มากมายเลยหละ แม่เองก็พลอยยิ้มและหัวเราะไปกับเขาด้วยดูเมื่อไหร่ก็อดไม่ได้สะที 555 ส่วอีกเรื่องก็เป็นการหัดเดินด้วยรถหัดเดินขอบอกว่าน้องอันดามันเดินได้เก่งมากๆเลยหละ บางครั้งถึงกับวิ่งเลยยื่งเวลาที่เล่นไล่จับกับพี่โมลากอนจะถูกใจเป็นพิเศษเดินไปวิ่งไปเพื่อจะได้ทันพี่ปากก็ร้องกรี๊ดกรีดไปด้วย แม่เห็นแล้วเหนื่อยแทน จริงๆเลย น้องฟ้าใสเองก็เดินได้บ้างแล้วแต่ยังไม่เก่งเท่าพี่อันดามัน แม่เองก็รอดูว่าน้องอันดามันหรือน้องฟ้าใสจะเดินได้ก่อนกัน...นี้แหละน่าความสุขของคนเป็นแม่แค่ได้อยู่ใกล้ชิดและเฝ้ามอง

วันอาทิตย์ที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

เดินเล่นทะเลสาบซูริค

วันเสาร์ที่28กุมภาพันธ์ 2009 เวลาบ่าย3โมง แม่กับพ่อพาน้องอันดามันและน้องฟ้าใสไปเดินเล่นทะเลสาบซูริคกัน วันนี้เป็นวันหยุดก็เลยมีคนเยอะเป็นพิเศษ อีกอย่างอากาศวันนี้ดีไม่หนาวมากอุณหภูมิอยู่ที่10 องศามีแดดออกก็เลยทำให้รู้สึกอุ่นขึ้น น้องอันดามันและน้องฟ้าใสมีความสุขที่ได้ออกมาเดินเที่ยวเล่น แม่เองก็พลอยมีความสุขไปด้วย เราเดินเล่นกันประมาณ 1ชั่วโมงครึ่ง ก็กลับบ้านกันแต่ระหว่างทางพ่อกับแม่เกิดเปลี่ยนใจไม่กลับบ้านแล้วไปบ้านคุณอาซิลเวียดีกว่าเพราะไม่ได้ไปหานานแล้ว เราถึงบ้านคุณอาซิลเวียจะ6โมงเย็นแล้ว
เราอยู่กินข้าวที่บ้านอาซิลเวีย กว่าจะได้กลับบ้านก็ปาเข้าไป2ทุ่มครึ่งแล้ว ระหว่างเดินทางกลับบ้านน้องอันดามันและน้องฟ้าใสนอนหลับบนรถพอถึงบ้านแม่กับพ่อต้องคอยๆอุ้มไปนอนเพราะกลัวว่าจะตื่น แต่ในที่สุดน้องฟ้าใสก็ตื่นจนได้ ดีหน่อยที่น้องอันดามันหลับต่อ น้องฟ้าใสกว่าจะนอนได้อีกทีก็เกือบเที่ยงคืนแล้วแม่กับพ่อง่วงนอนมากๆ ....นอนหลับฝันดีนะลูกรักของแม่

วันจันทร์ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒

ฟ...ฟัน ของน้องฟ้าใส

น้องฟ้าใสคนสวยของแม่ตอนนี้มีฟันขึ้นมาแล้วหนึ่งซี่ หลังจากที่นั้งนับวันรอว่าเมื่อไหร่น้องฟ้าใสจะมีฟันกับเขาสักที่ ฟันน้อยๆของน้องฟ้าใสขึ้นตอนอายุได้10เดือนกับ11 วัน ตอนนี้น้องฟ้าใสหยิบอะไรมาก็เริ่มจะใช้ฟันซี่เล็กๆกัด..กัด..กัด  ยิ่งเวลาเอาขนมปังให้จะชอบเป็นพิเศษกัดไปด้วยยิ้มไปด้วยเห็นแล้วก็มีความสุข พูดเรื่องขนมปังตอนนี้พี่อันดามันเองก็กินขนมปังเก่งขึ้นมากเลยนะ เมื่อก่อนจะใช้วิธีอมขนมปังไว้ในปาก แต่ทุกวันนี้ใส่ปากแล้วกัดและ้เคี้ยวไปด้วย นับวันลูกทั้งสองของแม่ก็เริ่มที่จะเก่งขึ้นเก่งขึ้นทุกวัน  ดีใจที่ได้เห็นพัฒนาการที่เปลี่ยนไปของลูก ตอนนี้แม่ก็นับวันรอว่าเมื่อไหร่ลูกชายกับลูกสาวของแม่จะเดินได้...ก็คงอีกไม่นานใช่ไหมจ๊ะลูกรัก..

วันอาทิตย์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒

เล่นหิมะสนุกจัง

หนาว..จังเลย...


หนาว...แต่สนุกครับ

วันนี้ตอนบ่ายหลังจากไปโบสถ์กลับมาแล้วครอบครัวเรามีโปรแกรมจะไปเล่นหิมะกัน ที่แรกกะจะขับรถไปเล่นบนภูเขาไกลบ้านแต่ต้องขับรถไปนานเหมือนกันอย่างต่ำก็เกือบ 1 ชั่วโมงก็เลยเกิดการเปลี่ยนใจเอาเป็นว่าเล่นกันบนภูเขาหลังบ้านเราดีกว่า แม่มีหน้าที่แต่งตัวใส่ชุดเล่นหิมะให้กับน้องอันดามันและน้องฟ้าใสและจัดเตรียมนมเอาไว้เผื่อเวลาหิว พ่อไปจัดเตรียมรถเข็นสำหรับน้องอันดามันและน้องฟ้าใส พี่สองคนก็ไปเตรียมอุปกรณ์ในการเล่นหิมะ ได้แก่ถุงมือและชลิเติล ( ไม่แน่ใจว่าเขียนถูกอะป่าวนะ) เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเราก็เดินทางไปเล่นหิมะที่บนภูเขาหลังบ้านกัน เราใช่เวลาในการเดินทาง 10 นาที ก็ถึงสถานที่เล่นหิมะ วันนี้อากาศดีมีแดดออกตลอดแต่อุณหภูมิติดลบ5 องศา น้องอันดามันกับน้องฟ้าใสแก้มแดงเป็นลูกตำลึงเลยหละ พี่2 คนเล่นชลิเติลสนุกกันใหญ่ น้องอันดามันกับน้องฟ้าใสก็เล่นด้วยน้องฟ้าใสนั้งชลิเตลกับพี่มณีรัตน์ ส่วนน้องอันดามันนั้งกับพ่อ และแม่เป็นคนถ่ายรูปให้ พี่โมลากอนดูจะสนุกว่าใครๆเพราะมีเพื่อนคนอื่นๆเล่นด้วย
****เพิ่มเติม ...การเล่นชลิเติลคือการนั้งบนอุปกรณ์ที่สามารถไหลลื่นบนหิมะลงมาถึงพื้นดินได้ *****

วันเสาร์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒

Happy Valentine Day

นี้คือรอยยิ้มของคุณปู่กับคุณย่า

น้องอันดามันกำลังแกล้งคุณปู่ครับผม 555


น้องฟ้าใสกับคุณปู่คะ


น้องฟ้าใสกับคุณย่าคะ

14 กุมภาพันธ์ 2552 วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ครั้งแรกในชีวิตของน้องอันดามันกับน้องฟ้าใส แม่ก็เลยชวนพ่อไปซื้อดอกไม้ที่ร้านมิโกรและพาลูกๆไปหาคุณปู่กับคุณย่าที่บ้านกัน เราไปถึงบ้านคุณปู่คุณย่าก็17:30 แล้ว คุณย่าแปลกใจที่เห็นพวกเรามาหาในวันนี้โดยไม่ได้นัดไว้ก่อน จริงๆแม่ก็ตั้งใจจะไม่บอกอยู่แล้วกะให้คุณย่าแปลกใจเล่น และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ^_^ แม่แค่อยากให้น้องอันดามันกับน้องฟ้าใสเอาดอกไม้มาให้คุณปู่กับคุณย่าในวันแห่งความรัก และอยากให้ครอบครัวเราได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น วันแห่งความรักไม่ใช่แค่วันที่หนุ่มสาวจะซื้อดอกให้กันและแสดงความรักต่อกันเท่านั้น แต่ทุกคนสามารถมอบความรักให้กับครอบครัวตัวเองได้ในทุกๆวัน

วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒

เดือนที่10 ของอันดามันและฟ้าใส


วันนี้ครบ10 เดือนเต็มพอดิบพอดี 10เดือนที่ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจไปกับการฟูมฟักลูกรักทั้งสองคนของแม่ ไม่มีวันใหนที่แม่ไม่เหนื่อย เพราะมันยากมากที่จะดูแลเด็กตัวเล็กๆ 2 คนพร้อมกัน แม่ยอมรับหนะว่าเหนื่อยแสนเหนื่อยเวลาจะพักแทบไม่มีเลยในแต่ละวันแต่ถึงจะเหนื่อยยังไงแม่ก็อย่างจะบอกลูกของแม่ทั้งสองคนว่าไม่มีวันใหนที่แม่ไม่มีความสุข รักลูกของแม่ที่สุด....

วันพุธที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒

พรุ่งนี่ 10เดือนแล้ว



พรุ่งนี้น้องอันดามันกับน้องฟ้าใสอายุ10เดือนแล้วสินะแม่เฝ้ามองพัฒนาการที่เปลื่ยนไปในแต่ละวันและแต่ละเดือนของน้องอันดามันและน้องฟ้าใสตลอดและสิ่งแรกที่ได้เห็นคือลูกทั้งสองของแม่โตขึ้น น้องฟ้าใสคุยเก่งขึ้น งอแงเก่งขึ้น ร้องให้เก่งขึ้น กินเก่งขึ้น ยืนเก่งขึ้น
ยิ้มเก่งขึ้น และอื่นๆอีกเยอะแยะ ส่วนพี่อันดามันเองก็เก่งขึ้นหลายๆอย่างหมือนกันเช่น นอนเยอะขึ้น ร้องไห้น้อยลง ยืนเก่งขึ้น คุยเก่งขึ้น แย่งของเล่นน้องเก่งขึ้น ( อันนี้ไม่รุ้ว่าจะเก่งดีไหมหนะ ) อ้อ..เกือบลืมความสามารถพิเศษของน้องอันดามันสะแล้วสินั้นก็คือ น้องอันดามัน
สามารถกลิ้งทับน้องฟ้าใสได้แม้น้องฟ้าใสจะพยายามหนี้ก็หนีไม่พ้น 5555 น้องฟ้าใสเองก็มีความสามารพิเศษเหมือนกันนะ นั้นก็คือน้องฟ้าใส
สามารถดึงผมได้เก่งมากใครอยู่ไกล้เป็นโดนดึงผมทุกคน ดึงผมแล้วยิ้มมีความสุขคงนึกว่าตัวเองเก่งสินะ..เฮ้อ...

วันศุกร์ที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒

น้องฟ้าใสเริ่มหัดยืนแล้วนะ




น้องฟ้าใสเริ่มหัดยื่นได้แล้วนะ ยืนขาตรงเลยหละ และยืนนานด้วยสิแม่เริ่มหัดให้ยืนเกาะกับโซฟา น้องฟ้าใสยืนได้นานและหัวเราะชอบใจ น้องฟ้าใสคงจะมีความสุขที่ได้ยืนหลังจากที่นอนและกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่หลายเดือนนี้ก็จะสิบเดือนแล้วสินะไวมากๆเลย ส่วนน้องอันดามันยังยืนได้ไม่แข็งเท่ากับน้องฟ้าใสพอแม่จับให้ยืนก็ยืนแป็ปเดียวขาอ่อนลงแล้ว อาจจะเป็นเพราะน้องอันดามันตัวหนักกว่าฟ้าใสเยอะเลยทำให้ขารับน้ำหนักได้ไม่ดีเท่าไหร่แต่ไม่เป็นไรแม่จะค่อยๆหัดให้น้องอันดามันยืนให้เก่งเหมือนน้องฟ้าใส

โต๊ะนั้งทานข้าวกับรถหัดเดินของน้องอันดามันกับน้องฟ้าใส






พ่อกับแม่ไปซื้อโต๊ะนั้งทานข้าวกับรถหัดเดินให้น้องอันดามันกับน้องฟ้าใส น้องฟ้าใสสนุกกับรถคันใหม่พอจับลงรถฟ้าใสก็พยายามจะดันตัวเองไปข้างหน้าแต่รถกลับถอยหลังแม่เห็นแล้วตลกดีส่วนน้องอันดามันไม่สนใจรถหัดเดินเท่าไหร่พอจับลงรถอันดามันก็ยื่นเฉยๆไม่ยอมดันตัวเอง แม่เก็บภาพของน้องอันดามันกับน้องฟ้าใสไว้ให้ดูหลายภาพเลย

วันศุกร์ที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

แม่..แม่


น้องอันดามันและน้องฟ้าใสนอนหลับอยู่บนมือของแม่
Andaman and Fahsai at the University Hospital of Zurich


น้องอันดามันกำลังนอนหลับสบาย 
Andaman is sleeping and has sweet dreams.


น้องอันดามันอยู่ในอ้อมอกของแม่
Andaman is closed to his mother.

แม่.. แม่...คำเรียกนี้แม่ได้ยินจากปากของน้องอันดามัน แค่ได้ยินเสียงลูกเรียกแม่.. แม่...ไม่รู้ว่าน้ำตามันไหลออกมาจากใหน แม่ดีใจมากๆแม่วิ่งไปหาพ่อและบอกพ่อว่าน้องอันดามันเรียกแม่..แม่..ได้แล้ว..พ่อมองหน้าแม่ งง.. งง..ว่าแม่ร้องไห้ทำไม..แม่บอกว่าดีใจที่ลูกเรียกแม่ได้แล้ว...น้องอันดามันเรียกแม่ได้ตอนอายุได้ 9 เดือนกับ 18 วัน..

วันพุธที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

น้องอันดา่มันกับแปรงสีฟัน


แม่กำลังสอนน้องอันดามันแปรงฟันครับผม



อันดามันแปรงฟันเองนะเนี้ย เก่งไหม..เก่งไหม

น้องอันดามันแปรงฟันเสร็จแล้วครับ...ฟันผมสะอาดไหมครับ

วันนี้ 28 มกราคม 2009 เวลาบ่ายโมงหลังจากที่คุณแม่ป้อนข้าวน้องอันดามันและน้องฟ้าใสเสร็จ คุณแม่นึกได้ว่าวันนี้จะเริ่มแปรงฟันให้กับน้องอันดามันสะที่หลังจากที่ฟันของน้องอันดามันงอกขึ้นมาเยอะแล้ว จริงๆคุณแม่ก็คิดจะแปรงฟันให้น้องอันดามันตั้งแต่ฟันเริ่มงอกขึ้นมาใหม่ๆแล้วแหละแต่ก็กลัวว่าน้องอันดามันจะเจ็บที่เหงือก
ก็เลยรอไปก่อนตอนนี้ฟัน2ซี่น้อยๆก็งอกขึ้นมาเยอะแล้วก็เลยเริ่มแปรงฟันให้วันนี้เลย น้องอันดามันดูสนุกกับการแปรงฟันครั้งแรกของตัวเองมากที่เดียวเพราะยอมให้คุณแม่เอาแปรงสีฟันเข้าปากง่ายๆไม่หันหน้าหนีแถมยังเอาแปรงสีฟันอีกอันที่คุณแม่เอาให้น้องอันดามันถือไว้ในมือมาช่วยแปรงด้วยที่นี้ก็เลยยุ่งกันใหญ่เมื่อปากเล็กๆแต่มีแปรงสีฟันอยู่ถึง 2 อันคุณแม่ใช่เวลาในการแปรงฟันให้น้องอันดามันประมาณ 5 นาที แต่คุณแม่ใช่เวลาในการเอาแปรงสีฟันอีกอันที่น้องอันดามัีนเอามาช่วยแปรงฟันด้วยออกอีกเกือบ10นาทีเพราะน้องอันดามันไม่ยอมให้เอาแปรงสีฟันออกสงสัยยังสนุกกับการแปรงฟันอยู่ หละมั้ง นี้ขนาดหลับไปแล้วยังไม่ยอมปล่อยแปรงสีฟันเลยนะเนี้ย และนี้เป็นการแปรงฟันครั้งแรกของน้องอันดามันจ้า
อ้อ... น้องฟ้าใสคนสวยฟันยังไม่งอกเลยจ้า แล้วถ้าฟันงอกเมื่อไหร่จะมาเล่าให้ฟังนะจ๊ะ



วันเสาร์ที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

น้องฟ้าใส หม่ำ หม่ำ มะเขือเทศ

มะเขื่อเทศอร่อย..อร่อย 
Fahsai likes tomatoes

วันนี้อาหารเที่ยงบ้านเรามีสลัดผักของโปรดของทุกคน รวมถึงน้องอันดามันและน้องฟ้าใสด้วยนะ น้องฟ้าใสจะชอบมะเขื่อเทศเป็นพิเศษหรือจะเรียกว่าชอบทานผักทุกอย่างเลยก็ว่าได้ อาจจะเป็นเพราะตอนที่คุณแม่ท้องคุณแม่ชอบทานผักและผลไม้ เลยทำให้น้องอันดามันกับน้องฟ้าใสชอบทานผักและผลไม้ไปด้วย
วันนี้แม่ีหลักฐานมายื่นยันด้วยนะว่าน้องฟ้าใสชอบมะเขื่อเทศมากขนาดไหน

                                               

Fahsai is eating tomatoes


วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

นี้แหละน้า...เด็กผู้ชาย


เอ้...ข้างในรถมีอะไรอยู่นะ...



วันนี้โมลากอนลืมรถของเล่นไว้ตรงที่นอนเล่นของน้องอันดามันและน้องฟ้าใสแม่ก็เลยลองหยิบมาให้น้องอันดามันกับน้องฟ้าใสเล่นปรากฏว่าน้องอันดามันคว้า่ก่อนเลยและนั้งเล่นอยู่นานมากและไม่สนใจของเล่นอันอื่นอีกด้วยพอแม่แกล้งไปหยิบรถออกน้องอันดามันร้องไห้เสียงดังเลยแต่พอแม่เอารถคืนให้ก็ั้นั้งเล่นต่อ นี้แหละน้า เด็กผู้ชาย ไม่รู้ว่าชอบอะไรกับรถหนักหนา...

วันพุธที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

น้องฟ้าใส...คนเก่ง

ขวดนมอันใหม่ของน้องอันดามันและน้องฟ้าใส

ทุกวันพุธคุณย่าจะมาที่บ้านเพื่อมาสอนการบ้านพี่โมลากอนและมาหาน้องอันดามันและน้องฟ้าใสด้วยทุกครั้งที่คุณย่ามาจะมีของมาฝากทุกคนเสมอครั้งนี้ก็เช่นกันคุณย่าก็มีขวดนมที่มีหูจับ2ข้างและหมวกมาให้น้องอันดามันกับน้องฟ้าใสด้วยน้องฟ้าใสถูกใจขวดนมมาก เพราะสามารถจับดื่มได้สบายขึ้นมากกว่าขวดนมอันเก่า ส่วนน้องอันดามันไม่สนใจขวดนมใหม่เท่าไหร่เพราะชอบที่จะให้แม่จับขวดนมป้อนมากกว่าส่วนหมวกนั้นน้องอันดามันใส่ไม่ได้เพราะหัวโตกว่าหมวก คุณย่าบอกว่าสงสัยต้องซื้อของเด็ก2 ขวบให้หละมั้งเนี้ย น้องฟ้าใสไม่มีปัญหากับหมวกสามารถใส่ได้อย่างสบายเพราะหัวขนาดมาตรฐาน...วันนี้คุณย่ามาบ่าย2 โมงและกลับ5โมงเย็น เวลาคุณย่าจะกลับบ้านเป็นธรรมดาที่เราจะลากันด้วยการบ้ายบายครั้งนี้น้องฟ้าใสมองคุณแม่และมองคุณย่าว่าทำอะไรกัน คุณแม่ยกมือบ้ายบายคุณย่าและน้องฟ้าใสก็ยกมือบ้ายบายคุณย่าด้วยแม่กับคุณย่า ถึงกับงงกันเลย...ไม่น่าเชื่อว่าน้องฟ้าใสจะทำได้..เก่งจริงๆเลยลูกสาวแม่เนี้ย..แต่น่าเสียดายที่แม่ถ่ายรูปไม่ทันพ่อก็เลยอดดูน้องฟ้าใสบ้ายบายคุณย่าเลย...ครั้งหน้าแม่สัญญาว่าจะเก็บภาพให้พ่อดูให้ได้เลย

วันอังคารที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

อันดามันตัวแสบ


21:25 นาที น้องอันดามันตัวแสบยังไม่ยอมหลับ หลังจากแม่และพ่อใช้ความพยายามในการกล่อมนอนคนละชั่วโมงแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ ฟ้าใสเองก็เกือบจะไม่ยอมนอนเหมือนกัน ก็พี่ชายตัวแสบแหกปากร้องไห้ตลอด...ใครจะหลับลง ในที่สุดแม่ต้องยอมแพ้พี่อันดามันโดยต้องรีบเอาออกมานอกห้องนอนและให้พ่อกล่อมน้องฟ้าใสต่อ และตอนนี้น้องฟ้าใสหลับไปแล้วคงเหลือแต่ไอ้ตัวแสบอันดามันนี้แหละที่ส่งเสียงโวยวาย แจ..แจ แจ..อยู่ตอนนี้ สงสัยกะจะปลุกให้น้องฟ้าใสตื่นมาโวยวายด้วยหละมั้ง เฮ้อ ...ตอนนี้แม่ก็อุ้มพี่อันดามันไว้และเขียนบันทึกไปด้วย แกว่งไปแกว่งมากะจะให้หลับอะนะ แต่คงจะไม่สำเร็จตามเคย จะสี่ทุ่มแล้ว...แม่ง่วงนอนแล้วนะ ...ไปพยายามกันอีกที..แล้วกัน 

วันเสาร์ที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ฟ้าใสกับการหัดคลาน

หลายวันแล้วที่น้องฟ้าใสทำท่าทางแปลกๆไปแม่คิดว่าคงเป็นการพยายามที่จะคลาน หลังจากที่คว่ำเก่งแล้วคว่ำเก่งในที่นี้หมายถึงการคว่ำและกลิ้งตกที่นอนวันละหลายหน 5555 แต่คนที่คว่ำและตกที่นอนเก่งที่สุดต้องยกให้น้องอันดามัน เพราะเผลอเมื่อไรเป็นกลิ้งตกที่นอนทุกทีสินา แม่เลยต้องจับตาดูเป็นพิเศษหน่อย และเดี๋ยวนี้น้องอันดามันกับน้องฟ้าใส ก็ร้องให้ตามแม่ตลอดลุกไปใหนไม่ได้เลย ถ้าลุกปุ๊ปก็ร้องปั๊ปเลย  อะไรจะติดแม่ขนานนั้น นี้ขนาดตอนอยู่ในท้องแม่บอกหนูทั้ง2 คนทุกวันว่าให้ติดพ่อนะ พ่อไปใหนให้ไปกับพ่อ สงสัยจะไม่ได้ผล เหอ..เหอ..เหอ 

วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

เมื่อ 2 พี่น้องแย่งของเล่นกัน

วันนี้ 15 มกราคม 2009 น้องอันดามันกับน้องฟ้าใส แย่งของเล่นกัน แม่ก็เลยได้เรียนรู้นิสัยของลูกทั้ง สองคนของแม่ไปด้วย น้องฟ้าใสถ้าอยากได้อะไรแล้วไม่ได้จะร้องให้โวยวายเลย แต่น้องอันดามันจะไม่ร้องไห้ จะเฉยและไปเล่นของเล่นอื่นแทน อันดามันเป็นเด็กที่ใจเย็นและยอมน้องส่วนน้องฟ้าใสจอมโวยวายและงอแง 

วันจันทร์ที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

12 มกราคม 2009

วันนี้น้องอันดามันและน้องฟ้าใส อายุครบ 9 เดือนแล้วจ้า สิ่งที่พิเศษในวันนี้คือ น้องฟ้าใส สามารถจับขวดนมดื่มได้เองแล้วนะ เก่งมากๆเลย ส่วนน้องอันดามันก็งอแงเก่งขึ้น เฮ้อ..ไม่รู้จะดีใจ ดีหรือเปล่านะ สองวันแล้วที่น้องอันดามันงอแงกว่าจะนอนได้ต้องร้องไห้โวยวายเล่นเอาพ่อกับแม่เหนื่อยไปตามๆกันเลย

วันอาทิตย์ที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

คุณทวดไปสวรรค์

วันที่ 9 มกราคม 2009 คุณทวด ของน้องอันดามันแ ละ น้องฟ้าใส  ได้จากพวกเราไปสวรค์แล้ว ด้วยอายุ96ปี คุณทวดป่วยมาเกือบปีแล้ว เราได้ไปหาคุณทวดเมื่อวันปีใหม่ คุณทวดยังบอกว่าน้องอันดามันและน้องฟ้าใสเป็นเด็กดีไม่ร้องไห้งอแง ระหว่างที่คุยกันอยู่พวกเราก็เห็นอาการหายใจไม่ออกของคุณทวดตลอดเวลาและคุณทวดก็บ่นว่าปวดหัวใจและเหนื่อยพวกเราไปส่งคุณทวดที่ห้องเพื่อให้คุณทวดพักผ่อนและนั้นเป็นวันสุดท้ายที่พวกเราได้เห็นหน้าคุณทวด ขอให้คุณทวดไปสู่สวรรค์ พวกเราจะจดจำคุณทวดไว้ตลอดไป
 

วันพฤหัสบดีที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

อันดามัน-ฟ้าใส ไปโบสถ์ครั้งแรก

อันดามันกับที่นอนเล่นแสนสบาย
ชิงช้ากับฟ้าใสคนสวย
รายชื่อเพื่อนๆของอันดามัน-ฟ้าใส

น้องอันดามันกับน้องฟ้าใส ไปโบส์ครั้งแรก ตอนอายุได้ 4 เดือน กับ 12 วัน พ่อกับแม่พาลูกทั้ง 2 คนไปเรียนรู้การอยู่รวมกับคนอื่นๆที่ไม่ใช่ครอบครัวของตัวเอง และที่สำคัญคือการมีเพื่อน เพื่อนของน้องอันดามันและน้องฟ้าใส่มีน้อยบ้างเยอะบ้างในแต่ละอาทิตย์แล้วแต่พ่อแม่ใครพามาโบสถ์ด้วย อันดามันและฟ้าใส มีพี่เลี้ยงที่พลัดเปลี่ยนกันมาดูแลในทุกๆอาทิตย์เช่นกัน น้องอันดามันและน้องฟ้าใสเป็นเด็กไม่งอแง (ไม่ได้ชมนะ)  ที่พูดแบบนี้ได้เพราะว่า ในแต่ละอาทิตย์จะไม่มีหมายเลข 487 ซึ่งเป็นหมายเลขประจำตัวของอันดามันและฟ้าใสโชว์ที่หน้าจอโปรเจคเตอร์ ระหว่างการสอนศาสนาเลยสักครั้ง ในทุกอาทิตย์จะมีหมายเลขโชว์ขึ้นแ ละหมายเลขนั้นเป็นหมายเลขประจำตัวของเด็กแต่ละคนที่แตกต่างกันไปถ้าหมายเลขที่โชว์ขึ้นตรงกับเด็กคนใดพ่อแม่จะต้องรีบไปดูแลเนื่องจากพี่เลี่ยงดูแลไม่ไหวจึงต้องขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่อีกที...





วันอังคารที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

วันที่ 12 มกราคม ครบ 9 เดือน

นอนหลับสบายอยู่บนมือของแม่

น้ออันดามันและน้องฟ้าใสในอ้อมอกของแม่


อีก6 วัน น้องอันดามันและน้องฟ้าใส ลูกรักของแม่จะมีอายุครบ 9 เดือนแล้ว จะว่าไปแล้วก็ไวเหมือนกันนะเผลอแป็ปเดียวเอง อาจเป็นเพราะแม่ไม่มีเวลาว่างเหมือนแต่ก่อน ที่ต้องคอยนับวันนับคืน ทุกวันนี้แม่มีแต่เวลาให้กับลูกของแม่ทั้ง2คน มันเป็นความเหน็ดเหนื่อยที่มีความสุข ซึ่งแม่ก็ไม่รู้จะอธิบายมันว่าอย่างไร การที่ได้เห็นลูกของแม่เติบโตขึ้นทุกวัน ตั้งแต่หนูทั้ง2คนอยู่ในท้องของแม่ จนกระทั้งทุกวันนี้ลูกของแม่ออกมาลืมตาดูโลกแล้ว  ความสุขของแม่คือ ได้เห็นลูกมีความสุข แม่ยิ้มเมื่อยามได้เห็นรอยยิ้มของลูก แม่หัวเราะเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของเจ้า และแม่จะร้องให้มากกว่าเมื่อลูกของแม่ร้องไห้ 



เมื่ออันดามันและฟ้าใส หัดคว่ำ

                                               หนูคว่ำเก่งไหมคะ...

เย้..เย้...อันดามันคว่ำได้แล้วน

จะว่าไปแล้วลูกแม่ทั้ง2 คน ก็มีพัฒนาการที่แตกต่างกันไปอย่างเรื่องหัดคว่ำ น้องฟ้าใสจะเป็นคนที่คว่ำได้ก่อนน้องอันดามัน น้องฟ้าใสคว่ำได้ครั้งแรกตอนอายุได้ 6 เดือน กับ5 วัน พ่อเป็นคนเรียกแม่มาดูและบอกว่าน้องฟ้าใสคว่ำได้แล้วนะ พ่อกับแม่ดีใจกันใหญ่ ส่วนน้องอันดามัน แม่เห็นหลายต่อหลายครั้งที่น้องอันดามันพยายามจะคว่ำแต่ก็ทำไม่ได้สักที่ ตัวกับก้นหนะตะแครงไปได้แล้ว แต่หัวไม่ยอมหันไปด้วย เห็นแล้วสงสารลูกแม่ก็อดไม่ได้ที่จะช่วยดันตัวให้คว่ำได้ ก็เป็นแบบนี้อยู่นานทีเดียว จนในที่สุดน้องอันดามันก็ทำสำเร็จจนได้ แม่กับพ่อได้เฮกันเลยที่เดียวเพราะลุ้นกันมาตลอด น้องอันดามันคว่ำได้เองครั้งแรกตอนอายุ 6 เดือน กับ 26 วัน ปัจจุบันน้องอันดามันกับน้องฟ้าใสคว่ำได้เก่งแล้วทั้ง2คน





น้องอันดามันมีฟันแล้วนะ

แฮ..แฮ...แบบว่า...อิ่มจัง...


ขอโชว์ฟัน...หน่อย...นะครับ


น้องอันดามันมีฟันแล้วนะ ฟันของน้องอันดามัน เริ่มงอกออกมาตอนอายุได้ 7 เดือนกับ 28 วัน โดยเริ่มงอกจากฟันด้านล่างก่อน 2 ซี่ เวลายิ้มน่ารักมากเลย ( แอบชมลูกตัวเองสะงั้น 5555 ) ตอนนี้น้องอันดามันก้อกัดทุกอย่างเลยหละ อะไรที่หยิบได้จะเอามาใส่ปาก กัด กัด น้ำลายก็ไหลไปด้วย แม่เองก็เคยโดนน้องอันดามันกัดที่นิ้วมือมาแล้ว ขอบอกว่าเจ็บมาก แบบว่าไม่ได้ตั้งตัวร้องลั้นเลย ส่วนน้องฟ้าใสคนสวย ฟันยังไม่โผล่ขึ้นมาเลย นี้แม่ก็รอลุ้นอยู่ว่าเมื่อไหร่น้องฟ้าใสจะมีฟันเหมือนพี่อันดามันสะที่นะ




วันจันทร์ที่ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

หิมะครั้งแรกของน้องอันดามัน กับ น้องฟ้าใส


       หิมะตกลงมาแล้ว...หนาวจัง..หนาวจัง


ชอบหิมะจังเลย...

วันที่ 30ตุลาคม 2008 เป็นวันที่ อันดามันกับฟ้าใสได้เห็นหิมะเป็นครั้งแรกในชีวิต หลักจากเกิดมาในโลกนี้ได้ 6เดือนกับอีก18 วัน แต่จริงๆแล้วลูกไม่รู้จักหิมะเลยมีแต่แม่กับพ่อหละมั้งที่ตื่นเ ต้นรีบแต่งตัวและใส่ชุดกันหนาวให้กับลูกทั้ง2คนออกไปถ่ายรูปเก็บไว้่ดู คุณแม่มือใหม่ก้องี้แหละอะไรที่เป็นครั้งแรกของลูกมักจะตื่นเต้นเสมอ 

ของเล่นของน้องอันดามันกะน้องฟ้าใส

ของเล่นของน้องอันดามัน (Andaman) กะน้องฟ้าใส (Fahsai)


เผลอแป๊ปเดียวลูกสาวคนสวยกับลูกชายสุดหล่อของแม่ก็ 8 เดือนกว่าแล้วสินะ ตอนนี้แม่เริ่มจะอุ้มน้องอันดามันไม่ไหว เพราะตัวใหญ่แ ละหนักมากจริงๆคาดว่าน่าจะ 13 กิโลแล้วมั้งเนี้ย ส่วนฟ้าใสคนสวยเขาไว้หุ่นตั้งแต่เล็กๆเลยก็ว่าได้นะเพราะเธอผอมบางแค่10กิโลเอง ทุกวันนี้แม่ต้องคอยบังคับให้ฟ้าใสดื่มนมเยอะๆจะได้ตัวโตทันพี่อันดามัน พูดถึงของเล่นสุดโปรดของอันดามัน กับ น้องฟ้าใสคงเป็นเครื่องเล่น 2 อันนี้ มันมีเสียงเพลงและมีไฟวิ่งไปวิ่งมา เวลาที่ดึง ทั้ง2 คนเลยชอบเป็นพิเศษหน่อย



อันนี้เป็นของเล่นอีกอันที่ฟ้าใสชอบเล่น หรือจะเ รียกว่าชอบกัดก็ว่าได้เพราะเห็นเมื่อไหร่จะหยิบใส่ปากและ กัด กัด จนน้ำลายไ หลทุกที่ 



ปิดท้ายโชว์การเล่นน้ำลายที่แสนจะน่ารักจากน้องอันดามันรูปหล่อ ที่เห็นแล้วอดขำไม่ได้สะที่ 55555


วันอาทิตย์ที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

อันดามัน-ฟ้าใสเที่ยวเยอรมันนี

                      ท้องฟ้าต้นไม้กับหิมะในหน้าหนาว
                                 เสารับส่งสัญญาณโทรศัพท์มือที่

วันที่24-29 ธันวาคม2008 ครอบครัวของเราไปเที่ยวพักผ่อนที่เยอรมันนีและถือโอกาศไปหาเพื่อนด้วย สุธีเป็นเพื่อนทีเจอกันระหว่างการไปพักร้อนช่วงเดือนสิงหาคมปี2007  ฉันกับสุธี เรากางเต็นอยู่ไกลกันพอสมควร  สุธีเดินผ่านมาที่เต็นของฉันและสุธีเขาเห็นเสื่อที่ปูอยู่ที่ด้านหน้าเต็นของฉันสุธีเลยเข้ามาัถามฉันว่าเป็นคนไทยหรือคนลาว ฉันก้อตอบไปว่าเป็นคนไทย สุธีก็บอกว่าเขาเป็นคนลาวนะและบอกว่าเขามากางเต็นหลายวันแล้ว สรุป ฉันได้เพื่อนใหม่เพราะเสื่อผื่นเดียวจริงๆตอนเจอกับสุธีครั้งแรก สุธีท้องได้2 เดือนแล้ว และฉันยังไม่ได้ท้อง ปัจจุบันเราทั้งสองคนต่างเป็นคุณแม่กันแล้ว สุธีคลอดลูกชายชื่อน้องเจสัน ส่วนฉันคุณแม่ลูกแฝดน้องอันดามัน-ฟ้าใส เราทั้งสองครอบครัวติดต่อกันเรื่อยมา สุธีและครอบครัวเดินทางมาหาฉัน2ครั้งแล้วและเขาก็เชิญครอบครัวของฉันไปเที่ยวหาเขาที่เยอรมันนี้ ฉันก็เลยไปในช่วงปีใหม่นี้เลย ครอบครัวของฉันได้รับการต้อนรับจากสุธีและครอบครัวเป็นอย่างดี สุธีทำอาหารอร่อยๆให้เรากินทุกวัน อ้อ ฉันแ ละครอบครัวไม่ได้นอนที่บ้านของสุธี เพราะบ้านของสุธีมีหลาน 2คนมาอยู่ด้วย 3 อาทิตย์
เราก็เลยไปเช่าบ้านพักอยู่หา่งไปประมาณ 5 กิโล แต่เราก้อไปกินข้าวบ้านสุธีทุกวันและออกไปเที่ยวด้วยกัน อันดามันกับฟ้าใส นอนดึกทุกวัน เพราะมีเพื่อนเยอะก็เลยห่วงแต่เล่นกว่าจะนอนก็ 5 ทุ่มไปแล้วทุกวัน